วิเคราะห์วิธีการสอน ของ พระพุทธพจนวราภรณ์ (จันทร์ กุสโล)

วิธีการสอนของพระพุทธพจนวราภรณ์(จันทร์ กุสโล) ตามเนื้อหาสาระมี ๓ วิธี คือ
วิธีการสอนด้านหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (ปริยัติ) ,วิธีการสอนโดยการปฏิบัติเป็นแบบอย่าง
และ วิธีการสอนโดยการจัดตั้งองค์กรค์เพื่อการพัฒนา
๑. วิธีการสอนด้านหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (ปริยัติ) ได้แก่ การแสดงพระธรรม
เทศนา การปาฐกถาธรรม การบรรยายธรรม การสอนตามปกติทั่วๆไปเท่าที่โอกาสอำนวยทั้งในวัด
และนอกสถานที่ ทั้งทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์ การเขียน เช่น งานนิพนธ์ร้อยแกว้ -ร้อยกรองและ
กวีนิพนธ์ บทความ วิชาการ ต่างๆมากมาย, การบันทึกเทปและCD.,ทำให้รู้และเข้าใจใน
พระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น เมื่อปฏิบัติตามก็จะเป็นคนดีมีคุณธรรม และประสบความสุขความเจริญ
ในการดำเนินชีวิต เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพในสังคม
๒. วิธีการสอนโดยการปฏิบัติเป็นแบบอย่าง (more…)

จากการศึกษาวิเคราะห์พบว่า วิธีการสอนของพระพุทธพจนวราภรณ์

มีความโดดเด่นชัดเจนในการที่จะดำรงและเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยวิธีการสอนของท่าน ซึ่งครอบคลุมปัญหาในสังคมทั้งหมด เพราะคนในสังคมมีการศึกษาและมีอาชีพ, มีคุณธรรม สังคมนั้นก็จะมีแต่ความสุขและเจริญในอาชีพการงานทุกสาขา อันเป็นแรงผลักดันแรงหนึ่งให้ประเทศชาติเจริญรุดหน้าต่อไป ด้วยผลงานที่สร้างคุณประโยชน์นี้ ท่านจึงได้รับการยกย่องจากบุคคลและสถาบันต่างๆ เช่น
พระราชพิศาลมุนีและผศ.วิมลสรรค์ ไสลวงษ์ มีความเห็นสอดคล้องกันว่า “ ด้วยเหตุที่
พระพุทธพจนวราภรณ์ เป็นพระเถระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและเป็นนักสังคมสงเคราะห์ตลอดจน
เป็นผู้นำชุมชนทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ เป็นผู้มีวิสัยทัศน์เยี่ยมนำไปปฏิบัติได้ โดยยึดมั่นในทาง
สายกลาง เปี่ยมด้วยเมตตาคุณ เป็นห่วงเป็นใยในมนุษย์สัตว์เพื่อนร่วมโลกทั้งหลาย โดยการสอน
ด้วยวืธีการสอนของท่าน ด้วยการส่งเสริมการศึกษาและอาชีพแก่เขาเหล่านั้น โดยการก่อตั้ง
โรงเรียนมัธยมสามัคคีวิทยาทาน โรงเรียนเมตตาศึกษา และตั้งกองทุนมูลนิธิเพื่อการศึกษา ตั้งศูนย์ (more…)

ศ.(เกียรติคุณ)แสง จันทร์งาม กล่าวไว้ว่า

“ การตั้งมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบทนับว่าเป็นประโยชน์แก่สังคมหลายประการอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ และการปลูกฝังศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมไปพร้อมๆกัน โดยมีความคิดริเริ่มในการบำเพญประโยชน์แก่ชุมชนเป็นต้นว่า
การพัฒนาชนบทเพื่อยกคุณภาพชีวิต ผ่านโครงการต่างๆเช่น ธนาคารข้าว การตั้งสหกรณ์ชุมชน
การพัฒนาชนบทเพื่อยกคุณภาพชีวิต ผ่านโครงการณ์ต่างๆเช่น ธนาคารข้าว การตั้งสหกรณ์ชุมชน
รวมทั้งสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาก่เยาวชนผู้ด้ยโอกาสทางการศึกษาให้มีโอกาส เป็นต้น และได้
ผลักดันให้ผู้มีฐานะยากจนมีโอกาสได้เล่าเรียนศึกษาสูงขึ้นไป โดยก่อตั้งสถานศึกษา เช่น โรงเรียน
สามัคคีวิทยาทาน โรงเรียนเมตตาศึกษา ร่วมก่อตั้งมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขต-
ล้านนา รวมทั้งเป็นองค์อุปถัมภ์ โรงเรียนพุทธิโสภณ โรงเรียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา พัฒนา
ด้านจิตวิญญาณ ปลูกฝังศีลธรรม คุณธรรม ให้เกิดแก่ประชาชน โดยการใช้วัดเป็นศูนย์กลางของ
การพัฒนาทั้งมวล” (more…)

พระพุทธิสารโสภณ กล่าวถึงวิธีการสอนของพระพุทธพจนวราภรณ์ พอสรุปได้ดังนี้

ได้อยู่กับหลวงปู่จันทร์ ท่านมีวิธีการสอน เช่น การเทศน์ การปาฐกถา ท่านเป็นนักเทศน์
นักสอน ที่เก่งมาก มีการยกนิทาน ยกตัวอย่าง แทรกคำกลอน คำคม หลวงปู่จันทร์ เป็นพระ
นักพัฒนา เมื่ออยู่ วัดป่าดาราภิรมย์ ท่านเป็นประธานมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท ประกอบด้วย
โครงการต่างๆมากมาย เช่น โครงการธนาคารข้าว ธนาคารโค-กระบือ ธนาคารเมี่ยง มีการสอนการ
ทอผ้า การตัด-เย็บ ผ้าสบง-จีวร เป็นต้น แก่สมาชิกและให้ท่องอุดมการณ์คือ ส่งเสริมกสิกร มุ่งสอน
วิทยา ดำรงศาสนา พัฒนาท้องถิ่น เพิ่มพูนความขยัน แข่งขันกันประหยัด ฝึกหัดทำความดี สามัคคี
ร่วมใจ ทำให้สมาชิกมีความรู้ ความรับผิดชอบ และมีเงินรายได้เลี้ยงครอบครัว ตัวท่านเองได้
ปฏิปทาจากหลวงปูฯมาก ตั้งแต่ท่านอยู่วัดเจดีย์หลวงฯ อยู่วัดป่าดาราภิรมย์ แล้วกลับมาอยู่วัดเจดีย์
หลวงฯอีก ได้ข้อปฏิบัติทางพระวินัย ข้อวัตรปฏิบัติ ด้านกิจวัตร ไหว้พระ-สวดมนต์ สอนให้เป็นคน
ขยันหมั่นเพียร รับผิดชอบหน้าที่การงานที่ท่านได้มอบให้ อยู่วัดป่าดาราภิรมย์ ท่านมอบหน้าที่สอน (more…)

ผศ.ปฐม ปฐมธนพงศ์ กล่าวถึงหลักการในการพิจารณา

ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิต-กิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไว้ว่า “ จากความเป็นนักปราชญ์ที่หมายถึง ผู้ที่มีปัญญาเป็นผู้  รอบรู้ และหลักการในการพิจารณา มอบหรือถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัย
ต่างๆจะมอบหรือถวาย แก่ผู้ที่ประสบความสำเร็จยอดเยี่ยมใน วิชาชีพหรืองานแห่งตนจนเป็นที่
ปรากฎเป็นที่ยอมรับ เป็นประโยชน์สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีแก่บุคคลทั่วไป และผู้บำเพ็ญตนด้วย
ความริเริ่มและได้อุทิศตน จนเกิดประโยชน์แก่สังคมเป็นอเนกประการ พระพุทธพจนวราภรณ์เป็น
เป็นผู้มีคุณสมบัติครบทุกประการ โดยเป็นผู้แสดงให้สังคมยอมรับความเป็นนักปราชญ์และเป็นผู้
อุทิศตนให้เป็นประโยชน์แก่สังคมจนมีสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่ง ได้ถวาย ปริญญาดุษฎีบัณฑิต
กิตติมศักดิ์แก่ท่าน”
พระครูปลัดจิตติชัย จิตฺติชโย ดร. อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
วิทยาเขตล้านนา สังกัด วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตั้งแต่เป็นสามเณร กล่าวถึงคุณลักษณะวิธีการสอน (more…)

พระมหาอมรเทพ อมรเทโว เลขานุการ จต.สันกำแพง(ธ) วัดสันติธรรม ศิษย์เก่า ร.ร. สามัคคีวิทยาทานและมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา

กล่าวถึงคุณลักษณะ
วิธีการสอนของพระพุทธพจนวราภรณ์ ไว้ว่า ท่านมีวิธีการสอนที่ใช้ภาษาที่ประชาชนทุกระดับชั้น
สามารถเข้าใจได้ง่าย ใช้คำกลอน บทกวี อ่านคล้องจอง จำง่าย มีความลึกซึ้งในตัว ก่อให้เกิด
คุณประโยชน์ต่อสังคม คือ ทำให้สังคมได้ฉุกคิด ได้ข้อคิดในคติธรรมต่างๆ ซึ่งหลวงพ่อฯจะมี
ธรรมะเป็นคำขวัญ ประจำทุกปี ในแต่ละปีก็จะมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ตนเองเคย
ได้รับประโยชน์ดังกล่าว คือ เพราะเป็นศิษย์ในสำนักเรียนสามัคคีวิทยาทาน วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
หลวงพ่อฯจะมาให้โอวาทในวาระสำคัญต่างๆเสมอๆ ข้อคิดที่จำได้ไม่เคยลืม คือ เรื่องการครองตน
ครองคน ครองงาน นับว่ามีประโยชน์ต่อการทำงานของกระผมเป็นอย่างมาก๑๑
ม.ร.ว.อัจฉรีย์ชัย รุจวิชัย กล่าวถึงมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท และ พระพุทธพจนวราภรณ์ ไว้ว่า :-
มูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท ริเริ่มก่อตั้งและทำงานในปี ๒๕๑๗ จดทะเบียนเป็นนิติ
บุคคลในปี ๒๕๑๘ มาบัดนี้เดินทางมาครบ ๓๐ ปีบริบูรณ์แล้ว ผ่านพ้นช่วงวัยเด็ก วัยรุ่น เก็บเกี่ยว (more…)

หลวงพ่อ(พระพุทธพจนวราภรณ์) เป็นแบบอย่างในการครองตนอย่างยอดเยี่ยม

ท่านมองเห็นปัญหาของชนบทมาตั้งแต่เป็น พระวินัยโกศล ก่อตั้งมูลนิธิเมตตาศึกษาขึ้น ในปี ๒๕๐๒
เป็น พระราชวินยาภรณ์ ก่อตั้งมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบทขึ้น ในปี ๒๕๑๘ ท่านทำงานอย่างจริงจัง
และต่อเนื่องมาโดยตลอด เป็นพระเทพกวี เป็นพระธรรมดิลก จนถึงเป็นพระพุทธพจนวราภรณ์
พระราชาคณะชั้นรองสมเด็จ ท่านก็ยังทำงานอยู่ดว้ ยความอดทน ดว้ ยความเสียสละ ท่านมีเรื่องตอ้ ง
ข่มใจในข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา ท่านทำงานอย่างเป็นกลางและเปิดกว้างต่อองค์กรพัฒนาต่าง
ศาสนา ท่านให้ความร่วมมือและร่วมงานอย่างจริงใจ ปัจจุบันท่านมีอายุ ๘๘ ปีแล้วยังไม่หยุดทำงาน
เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท หลายคนทำงานกับท่านมาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ท่าน
อบรมพวกเราเสมอว่า เจ้าหน้าที่เงินเดือนน้อยขอให้กินอยู่อย่างประหยัด มีที่หลับที่นอนให้ มี
ยานพาหนะให้ใช้ ขอให้ทำงานด้วยความเสียสละ เจ้าหน้าที่บางคน บางรุ่นก็หมุนเวียนผลัดเปลี่ยน
กันออกไปบ้างตามกฎแห่งกรรม เปลี่ยนแปลงรูปแบบแห่งการดำรงชีวิตไปบ้าง แต่ก็ติดต่อและ
ระลึกถึงกันอยู่เสมอ                                                                                                                                  ในส่วนของการ ครองคน ทางด้านธรรมะมีหลักปฏิบัติ คือ
ทาน คือการให้
ปิยวาจา คือวาจาอ่อนหวาน
อัตถจริยา คือทำตนให้เป็นประโยชน์
สมานัตตา คือเป็นคนสม่ำเสมอ
การทำงานร่วมกับคนอื่นหรือองค์กรอื่นๆของมูลนิธิฯนั้น ได้ทำอย่างต่อเนื่องเสมอมา
มูลนิธิฯ เป็นองค์กร ในเครือข่ายอื่นๆมากมาย อาทิคณะกรรมการประสานงานพัฒนาเอกชน
(กป.อพช.) เครือข่ายสิ่งแวดล้อม เครือข่ายเกษตรยั่งยืนภาคเหนือ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับองค์กร
พัฒนาต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ไปดูงานยังสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
นอกจากนี้แล้ว ยังได้มีการประสานงานในเรื่องการรับอาสาสมัครเข้ามาทำงาน การรับนักศึกษาจากสถาบันศึกาต่างๆ เพื่อเข้ามาฝึกหาประสบการณ์ ซึ่งมีทั้งสถาบันของรัฐและเอกชน และยังได้มีการ
ประสานงานร่วมกับส่วนราชการ เช่น สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานองค์การบริหารส่วน
จังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนตำบลและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่เข้า
มาร่วมงานอย่างเหนียวแน่น ในส่วนขององค์กรพัฒนาเอกชนที่ร่วมงานกันมาอย่างยาวนาน เช่น
สมาคม YMCA.เชียงใหม่ สถาบันMACCANE.เพื่อการฟื้นฟูสภาพ มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ มูลนิธิ
พัฒนาศักยภาพชุมชน สมาคมเทคโนโลยีที่เหมาะสม โครงการองค์กรพัฒนาภาคประชาชน
สำนักงานกองทุนสันับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ โครงการสิ่งแวดล้อมโลก กรีนเนท
ตลอดจนหน่วยงานพัฒนาในสถานทูตต่างประเทศ เช่น สถานทูตแคนนาดา สถานทูตออสเตรเลีย
เป็นต้น
ในส่วนสุดท้าย การครองงาน มีหลักปฏิบัติ คือ
ฉันทะ ความพอใจ
วิริยะ ความเพียร/ ขยัน
จิตตะ ความเอาใจใส่
วิมังสา การทบทวนพิจารณา